อ.ปราโมทย์ นาครทรรพ ยกคำสั่งสอนของพระบรมศาสดามาเล่าฟัง ดังต่อไปนี้
เรื่องแรก ซึ่งน่าจะไม่ต่างกับพระราชดำรัสเตือน พวกใช้เงินไม่ระมัดระวัง จนบ้านเมืองกำลังจะล่มจม มากนัก พระพุทธเจ้าทรงกล่าวถึง “โจรปล้นแผ่นดิน”
ใน”มิลินทปัญหา” พระพุทธเจ้าส่งพระอรหันต์องค์หนึ่งมาเกิดเป็นพระนาคเสน ผู้ตอบพระเจ้ามิลินท์ว่า
“หากบุคคล ขาดคุณสมบัติที่ดี ไร้ความสามารถ ไร้ศีลธรรมจรรยา ไม่เหมาะสม ได้ขึ้นบัลลังก์มาเป็นใหญ่ มีอำนาจมากเพียงใด เขาจะถูกฉีกเนื้อ และลงฑัณฑ์โดยประชาชน เพราะเขามิได้ขึ้นมาและมิได้อยู่ในอำนาจด้วยความชอบธรรม ผู้ปกครองเยี่ยงนี้ เหมือนผู้ปกครองทั้งหลายที่ฝ่าฝืน ทำลายศีลธรรมจรรยา และกฏเกณฑ์ของสังคม ก็จะถูกประชาทัณฑ์ เยี่ยงเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ปกครองที่ประพฤติตนเหมือนโจรปล้นสมบัติของแผ่นดิน”
พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไม่ให้กลัวโจรปล้นแผ่นดินเหล่านี้ ถึงแม้นมันจะเหี้ยมโหดข่มขู่ประชาชนอย่างไรก็ตาม
พระองค์ทรงสั่งสอนว่า การต่อสู้ระหว่างธรรม กับอธรรมด้วยกำลังนั้นเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงมิได้ เมื่อถึงคราวจำเป็น ผู้มีธรรมก็จะต้องเป็นผู้ที่กล้า
ใน “ขุรัปปชาดก” เรื่อง “ ถึงคราวกล้าควรกล้า” พระพุทธองค์เสวยชาติเป็นผู้พิพักษ์คาราวานสมบัติ มีโศลกว่าดังนี้
ถาม “เมื่อท่านเห็นพวกโจรยิงลูกธนูอันแหลม ถือดาบอันคมกล้า ซึ่งขัดแล้ว ด้วยน้ำมัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เหตุไฉนหนอ ท่านจึง ไม่มีความครั่นคร้าม.
ตอบ เมื่อเราเห็นพวกโจรยิงลูกธนูอันแหลม ถือดาบอันคมกล้า ซึ่งขัดแล้ว ด้วยน้ำมัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เรากลับได้ความยินดี และโสมนัสมากยิ่ง.
เรานั้นเกิดความยินดีและโสมนัสแล้ว ก็ครอบงำศัตรูทั้งหลายเสียได้ เพราะว่า ชีวิตของเราๆ ได้สละมาแต่ก่อนแล้ว เราไม่ได้ทำความอาลัยในชีวิต บุคคลผู้กล้าหาญพึงกระทำกิจของคนกล้า ในกาลบางคราว.”
ชัยชนะจะต้องเป็นของประชาชนผู้กล้า ผู้มีธรรมอย่างแน่นอน